Time Confetti เมื่อวันหยุดถูกหั่นเป็นเศษเวลา

สวัสดีวันหยุดค่ะ... เชื่อว่าหลายคนตั้งใจไว้ตั้งแต่วันพฤหัสว่าเสาร์นี้จะได้พัก

แต่พอถึงเสาร์จริงๆ เราก็ตื่นสาย หาอะไรกินสักอย่าง แล้วสายตาไปหยุดที่กองผ้าตรงมุมห้อง

กดเครื่องซัก เหลืออีกสี่สิบนาที หยิบมือถือขึ้นมาเลื่อนๆ ลุกไปล้างจาน กลับมาตาก ถอดผ้าปูที่นอนออก เปิดเครื่องรอบสอง ตกบ่ายก็ล้มตัวลงบนเตียงแล้วหลับไป

ตื่นมาอีกที ฟ้ามืดแล้ว สิ่งที่เหลืออยู่คือความรู้สึกว่าวันหยุดหายไปหนึ่งวัน บอกไม่ได้ด้วยซ้ำว่าทั้งวันทำอะไรไปบ้าง

ปริมาณเวลาไม่ได้ลดลงเลยนะคะ เสาร์อาทิตย์ยังยาวเท่าเดิมทุกสัปดาห์
แต่สิ่งที่เปลี่ยนคือรูปร่างของมัน

.

Brigid Schulte นักข่าวและผู้อำนวยการ Better Life Lab ที่ New America เขียนหนังสือ Overwhelmed เมื่อปี 2014 และบัญญัติคำว่า time confetti ขึ้นมา คือเวลาว่างที่ถูกตัดเป็นเศษกระดาษสีเล็กๆ โปรยกระจายอยู่ทั่ววัน

เศษพวกนั้นรวมกันแล้วอาจได้หลายชั่วโมง แต่แต่ละชิ้นสั้นเกินกว่าจะใช้ทำอะไรที่เติมพลังได้จริง สี่สิบนาทีระหว่างรอเครื่องซักน้อยเกินกว่าจะอ่านหนังสือจนเข้าเรื่อง น้อยเกินกว่าจะออกไปไหน พอดีสำหรับการเลื่อนหน้าจอเท่านั้น
.

Gallup เคยเก็บข้อมูลคนอเมริกันที่มีงานทำ ในปี 2011
มี 70% ตอบว่าตัวเองไม่เคยมีเวลาพอ พอถึงปี 2018 ตัวเลขขึ้นไปที่ 80%

มีหลายคนหยิบตัวเลขชุดนี้มาตั้งคำถามว่า ทำไมความรู้สึกขาดเวลาถึงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทั้งที่ชั่วโมงทำงานเฉลี่ยไม่ได้เพิ่มตาม

คำตอบส่วนหนึ่งอยู่ในสิ่งที่ Sophie Leroy นักวิจัยด้านพฤติกรรมองค์กรจาก University of Washington Bothell เรียกว่า attention residue คือตอนที่เราย้ายจากเรื่องหนึ่งไปอีกเรื่องหนึ่ง สมองไม่ได้ย้ายตามมาทั้งก้อน ส่วนหนึ่งยังค้างอยู่กับงานเดิม

การซักผ้าสร้างสิ่งนี้ได้ทั้งวันโดยที่เราไม่รู้ตัว เพราะตลอดเวลามีนาฬิกาเดินอยู่ในหัว อีกสี่สิบนาทีต้องไปตาก อีกชั่วโมงต้องเก็บก่อนฝนลง

เวลาระหว่างนั้นเป็นของเราบนกระดาษ แต่ข้างในยังอยู่ในโหมดเฝ้าเวร

.

การล้มลงนอนตอนบ่ายจึงเป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผลที่สุดเท่าที่ร่างกายมีอยู่ในตอนนั้น การนอนคือกิจกรรมเดียวที่ทำได้โดยไม่ต้องตัดสินใจเพิ่ม

แต่ทั้งนี้ การจัดเวลาให้เป็นก้อนใหญ่ขึ้นเป็นคำแนะนำที่ใช้ได้กับคนที่มีอำนาจกำหนดตารางของตัวเองค่ะ คนทำงานเป็นกะ พ่อแม่ที่เลี้ยงลูกคนเดียว คนที่ทำสองงานเพื่อให้เงินพอใช้ เวลาของคนกลุ่มนี้ถูกตัดโดยโครงสร้าง มากกว่าถูกตัดโดยนิสัย การบอกให้เขาบริหารเวลาให้ดีขึ้นจึงเป็นการโยนภาระกลับไปผิดที่

อีกด้านหนึ่ง มีคนจำนวนมากที่รู้สึกว่าการพับผ้าคือช่วงเวลาเงียบที่สุดของสัปดาห์ งานซ้ำๆ ที่มือทำได้เองเปิดที่ว่างให้ความคิดไหลไปเรื่อยๆ

สิ่งที่กินแรงจึงอยู่ที่การถูกขัดจังหวะ มากกว่าตัวงานบ้านเอง

.

ถ้าอยากลองเปลี่ยนอะไรสักอย่าง เริ่มจากการมองวันเสาร์เป็นผืนแทนที่จะเป็นช่อง ดันงานบ้านทั้งหมดมาชนกันเป็นก้อนเดียวตอนเช้า แม้ช่วงแรกจะรู้สึกหนักกว่าเดิม สิ่งที่ได้กลับมาคือบ่ายที่ต่อกันเป็นผืนจริงๆ ไม่มีนาฬิกาเดินอยู่ข้างหลัง

ส่วนช่วงที่ต้องรอจริงๆ Leroy พบว่าการหยุดเขียนสั้นๆ ว่าจะกลับมาทำอะไรต่อ ช่วยให้สมองวางงานเดิมลงได้ง่ายขึ้น ค่อยๆ ฝึกก็ได้ค่ะ จดสองบรรทัดว่าเหลืออะไร แล้วใช้สี่สิบนาทีนั้นเป็นสี่สิบนาทีเต็มๆ

และอาจต้องอนุญาตให้ตัวเองนับการพักเป็นสิ่งที่ตั้งใจทำ แทนที่จะเป็นสิ่งที่เหลืออยู่หลังจากทุกอย่างเสร็จ เพราะถ้ารอให้เสร็จก่อน กองผ้าจะเต็มอีกครั้งในวันพุธเสมอ

เราอาจไม่ได้ต้องการวันหยุดที่ยาวขึ้น เท่ากับต้องการวันหยุดที่ไม่ถูกตัดเป็นเศษ

.

วันนี้อยากชวนลองหาสองชั่วโมงที่ต่อกันเป็นผืนเดียว ไม่มีอะไรรออยู่ข้างหลัง
ไม่ต้องเป็นสองชั่วโมงที่ต้องทำตัวให้มีประโยชน์ ไม่ต้องพยายามทำอะไรให้สำเร็จ
แค่สองชั่วโมงที่อนุญาตให้ตัวเองได้อยู่กับปัจจุบัน ไม่ว่าจะใช้อ่านหนังสือ นั่งมองหน้าต่าง หรือหลับตาฟังเพลงโดยไม่ต้องคอยมองนาฬิกา

การพักผ่อนที่แท้จริง อาจจะไม่ใช่แค่การเคลียร์ทุกอย่างจนเสร็จ แต่คือการที่สมองไม่มีคำว่า ‘เดี๋ยวต้อง…’ มารบกวน
สุขสันต์วันหยุดที่เวลาเป็นของคุณจริงๆ ค่ะ

Related Posts