แต่แม่ที่บ้านมีอีกเวอร์ชันหนึ่งได้ด้วยนะคะ เวอร์ชันที่เพลงไม่เคยร้องถึง
แม่ที่เคยตะคอกเราแรงเกินกว่าเรื่องที่เราทำผิด แม่ที่นั่งเงียบหน้าทีวีตอนดึกด้วยสายตาที่ลอยไปอยู่ที่อื่น แม่ที่ครั้งหนึ่งเราแอบเห็นร้องไห้อยู่ในครัว แล้วพอเราถาม ก็บอกว่าปอกหอม หอมมันเข้าตา
ตอนเด็ก เราเก็บโมเมนต์แบบนั้นไว้ด้วยความงงงวย บางคนเก็บไว้ด้วยความกลัว บางคนโตมาพร้อมคำถามที่ไม่กล้าถามใครสักคน ว่า ตกลงแม่รักเราจริงหรือเปล่า
คำถามนั้นมีคำตอบ แต่คำตอบอาจจะซับซ้อนกว่าที่เพลงวันแม่อนุญาตให้เราคิด
.
ปี 1960 กวีชาวอเมริกันคนหนึ่งแอบเขียนบันทึกส่วนตัว ขณะเลี้ยงลูกชายสามคนและอาชีพนักเขียนของเธอกำลังหยุดนิ่ง
“ลูกๆ ทำให้ฉันทุกข์ทรมานอย่างประณีตที่สุดเท่าที่เคยรู้จัก มันคือความทุกข์ของความย้อนแย้ง การเหวี่ยงไปมาระหว่างความขุ่นเคืองขมขื่น กับความอ่อนโยนและความสุขล้นเหลือ”
เธอชื่อ Adrienne Rich สิบหกปีต่อมา เธอนำบันทึกนี้มาเปิดเผยในหนังสือ Of Woman Born (1976) หนังสือที่ทำให้โลกได้อ่านสิ่งที่แม่หลายล้านคนรู้สึกมาตลอด แต่พูดออกมาดังๆ ไม่ได้
ข้อเสนอสำคัญของ Rich คือการแยกสองสิ่งที่เราเหมารวมกันมาตลอด
“การเป็นแม่” ในฐานะความสัมพันธ์จริงระหว่างผู้หญิงคนหนึ่งกับลูกของเธอ อันนั้นเป็นพื้นที่ของความรัก ความผูกพัน และตัวตน
กับ “ความเป็นแม่” ในฐานะสถาบันที่สังคมสร้างขึ้น กติกาที่บอกว่าแม่ต้องเสียสละไม่สิ้นสุด ต้องอ่อนโยนตลอดเวลา ต้องเติมเต็มจากการให้เพียงอย่างเดียว และต้องละทิ้งตัวตนอื่นทั้งหมดของเธอไป
Rich เขียนว่า เธอถูกทำให้แปลกแยกจากร่างกายและจิตวิญญาณของตัวเอง โดยสถาบันความเป็นแม่ ซึ่งเป็นคนละอย่างกับการมีลูก
สิ่งที่บีบแม่จนหายใจลำบาก คือกติกาชุดนั้น มากกว่าตัวลูกเสมอ
.
ก่อนหน้านั้นเกือบสามสิบปี Donald Winnicott กุมารแพทย์และนักจิตวิเคราะห์ชาวอังกฤษ เขียนบทความปี 1949 ที่ช็อกวงการในยุคนั้น เขาลิสต์เหตุผลเป็นข้อๆ ว่าทำไมแม่ธรรมดาที่รักลูก ย่อมมีโมเมนต์ที่เกลียดลูกด้วย
ทารกขัดขวางชีวิตส่วนตัวของเธอ ทำให้ร่างกายเธอบอบช้ำ ปฏิบัติกับเธอเหมือนคนรับใช้ที่ทำงานฟรี และทิ้งเธอทันทีที่ได้สิ่งที่ต้องการ
แต่ข้อสรุปของเขากลับหัวจากที่เราคาด
แม่ที่น่าเป็นห่วง คือแม่ที่เชื่อว่าตัวเองต้องห้ามรู้สึกแบบนี้เด็ดขาด ส่วนแม่ที่ดีพอ คือแม่ที่รู้จักความรู้สึกด้านมืดของตัวเอง แล้วเลือกที่จะไม่ทำมันออกมากับลูก
ความรู้สึกขัดแย้งในใจแม่มีชื่อเรียกในวงวิชาการว่า maternal ambivalence รักสุดหัวใจ และเหนื่อย โกรธ โหยหาตัวเองคนเก่า พร้อมกันในใจดวงเดียว
งานวิจัยปี 2025 ใน Sex Roles โดย Agne Raneberg และ Fiona MacCallum สำรวจแม่ในอังกฤษ 499 คน พบว่าสิ่งที่พาแม่ไปสู่ภาวะซึมเศร้าและวิตกกังวล ส่วนใหญ่แล้วมาจากความละอาย
กับช่องว่างระหว่าง “ฉันตัวจริง” กับ “แม่ในอุดมคติ” ที่เธอเชื่อว่าต้องเป็นให้ได้ ยิ่งช่องว่างนั้นกว้าง ความรู้สึกย้อนแย้งธรรมดาๆ ยิ่งกลายเป็นสิ่งที่ท่วมท้นจนจัดการยาก
ห้าสิบปีของการศึกษาเรื่องนี้บรรจบที่จุดเดียวกัน ความย้อนแย้งเป็นเรื่องปกติของมนุษย์ที่รักใครสักคนมากขนาดนั้น สิ่งที่ทำร้ายแม่จริงๆ คือการต้องแบกมันไว้เงียบๆ คนเดียว
.
แล้วเรื่องทั้งหมดนี้เกี่ยวอะไรกับเราที่เป็นลูกมั้ย ถ้าเราไม่ได้เป็นแม่
เกี่ยวตรงที่ภาพ “แม่ผู้สมบูรณ์แบบ” ทำร้ายคนสองคนพร้อมกัน มันบีบแม่ให้ซ่อนความเป็นมนุษย์ของตัวเอง และมันทำให้ลูกอ่านความเหนื่อยของแม่ผิดไป
ตอนเด็ก วันที่เราเห็นแม่หงุดหงิด เราสรุปเอาเองว่าแม่คงรักเราน้อยลง เพราะแม่ในเพลงและการ์ดวันแม่บอกเราว่า แม่ที่รักลูกจะอ่อนโยนเสมอ
ความจริงอาจเป็นอีกแบบค่ะ วันนั้นแม่อาจกำลังรักเราอยู่เต็มหัวใจ ในร่างของคนที่ไม่ได้นอนเต็มอิ่มมาหลายปี และเพิ่งสูญเสียชื่อเรียกอื่นๆ ของตัวเองไปจนเกือบหมด เหลือแค่คำว่าแม่
แต่ตรงนี้ก็ต้องพูดให้ชัด…. บางบ้าน แผลลึกกว่าความหงุดหงิดธรรมดา
การเข้าใจแม่ กับการบอกว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นโอเค เป็นคนละเรื่องกัน เราเข้าใจได้ว่าแม่ถูกอะไรกดทับ พร้อมกับยอมรับได้ว่าบางสิ่งที่เกิดกับเราตอนเด็กทิ้งร่องรอยไว้จริง
การเห็นแม่เป็นมนุษย์จึงทำงานสองทาง มันคืนความเป็นธรรมให้แม่ และคืนความเป็นธรรมให้เด็กคนนั้นในตัวเราด้วย
ลองนึกภาพแม่ตอนอายุเท่าเราตอนนี้ดูสักครั้ง
เธอกำลังอุ้มเด็กคนหนึ่งอยู่หรือเปล่า เธอได้นอนพอไหม มีใครถามเธอบ้างไหมว่าวันนี้เป็นยังไง และก่อนที่คำว่า “แม่” จะกลายเป็นชื่อเรียกหลักของเธอ เธอเคยฝันอยากเป็นอะไร
หลายคนตอบคำถามพวกนี้แทนแม่ตัวเองไม่ได้เลย เพราะเราไม่เคยถาม และแม่ก็ไม่เคยคิดว่าตัวเองมีสิทธิ์ถูกถาม
Rich เขียนไว้ว่า ความเป็นแม่คือส่วนหนึ่งของชีวิตผู้หญิงคนหนึ่ง มันเคยเป็นสิ่งอื่นมาก่อน และมีสิทธิ์เป็นสิ่งอื่นต่อไป การมองเห็นข้อนี้ทำลายความรักของแม่ไม่ได้เลย มีแต่จะปลดปล่อยให้ความรักนั้นหายใจได้จริงเสียที
.
วันแม่ปีนี้ ดอกมะลิยังทำหน้าที่ของมันได้ดีเหมือนทุกปี
แต่ถ้าอยากให้อะไรแม่เพิ่มอีกสักอย่าง อาจลองให้สิ่งที่สถาบันความเป็นแม่แทบไม่เคยอนุญาตให้เธอได้รับ ซึ่งคือ การถูกมองเห็นในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง ที่มีความฝัน ความกลัว และความเหนื่อยเป็นของตัวเอง
เริ่มจากคำถามเดียวก็ได้ค่ะ
“แม่ ตอนอายุเท่าหนู แม่ฝันอยากทำอะไร”