ไม่ใช่ในความหมายโรแมนติกด้วย แต่มันมีความหมายในมิติชีวิตอันเป็นธรรมชาติมากกว่านั้น
ไปค้นๆ ดูก็เจองานวิจัยเหล่านี้ ……
Does Hugging Provide Stress-Buffering Social Support? (2015)
Self-soothing touch and being hugged reduce cortisol responses to stress (2022) และ Affectionate touch and diurnal oxytocin levels (2023)
ซึ่งชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า การสัมผัสเชิงอ่อนโยนเป็นหนึ่งในกลไกพื้นฐานที่ช่วยให้ร่างกายมนุษย์ ‘อยู่รอด’ กับความเครียดได้
ถ้าอ่านแค่ชื่อ งานวิจัย ….ฟังดูเหมือนยืนยันคำพูดไวรัลได้แทบทั้งหมดเลยนะคะ การกอดช่วยลดความเครียด ดีต่อฮอร์โมน และทำให้ใจดีขึ้น
และในระดับหนึ่ง มันก็จริง
งานวิจัยด้านประสาทวิทยาและจิตวิทยาหลายชิ้นพบตรงกันว่า ร่างกายมนุษย์ไม่ได้สงบลงเพราะเราเก่งขึ้นในการคิดบวก แต่เพราะระบบประสาทได้รับสัญญาณว่าปลอดภัย หนึ่งในสัญญาณพื้นฐานที่สุดก็คือ การสัมผัสเชิงอ่อนโยน
เมื่อเกิดการกอดหรือการสัมผัสแบบสมัครใจ ร่างกายจะหลั่งออกซิโทซิน ฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับความผูกพัน ขณะเดียวกันระดับคอร์ติซอลซึ่งเป็นฮอร์โมนความเครียดจะลดลง กลไกนี้ไม่ใช่เรื่องอ่อนไหวหรือความเชื่อ แต่มันคือชีววิทยาล้วน ๆ
มันคือวิธีที่ร่างกาย ‘ลดโหมดเตรียมหนี’ แล้วกลับมาสู่สภาวะที่หายใจได้เต็มปอดขึ้นอีกนิด
งานของ Sheldon Cohen ในปี 2015 บอกว่า การกอดและความรู้สึกว่ามีคนอยู่ข้าง ๆ ทำหน้าที่เป็นตัวกันชนระหว่างความเครียดกับร่างกาย เมื่อผู้เข้าร่วมต้องเผชิญเชื้อไวรัส คนได้รับการกอดมากกว่ามักมีอาการรุนแรงน้อยกว่า นักวิจัยเรียกสิ่งนี้ว่า stress-buffering ความอ่อนโยนไม่ได้แก้ปัญหาแทนเรา แต่มันช่วยรับแรงกระแทกไว้บางส่วน
ภาพนี้ชัดขึ้นอีกจากงานปี 2022 ที่พบว่า ไม่ใช่แค่การถูกกอดจากคนอื่นเท่านั้นที่ช่วยลดการตอบสนองของความเครียด แม้แต่การสัมผัสตัวเองอย่างอ่อนโยน วางมือบนอก โอบแขนตัวเอง หรือกอดหมอนก็ลดระดับคอร์ติซอลได้เช่นกัน
ระบบประสาทไม่ได้ถามว่า “ใครเป็นคนดูแล” แต่มันตอบสนองต่อคำว่า “ตอนนี้ปลอดภัยพอ”
ส่วนงานในปี 2023 ที่ติดตามระดับออกซิโทซินในชีวิตประจำวัน พบความสัมพันธ์ระหว่างการสัมผัสเชิงอบอุ่นกับความรู้สึกต่อติดเชื่อมโยงและความเป็นอยู่ทางอารมณ์ที่ดีขึ้น สิ่งนี้อธิบายได้ดีว่าทำไมการกอดถึงช่วยให้ใจอ่อนลง รู้สึกใกล้ชิด และโดดเดี่ยวน้อยลง ถึงแม้จะแค่ช่วงเวลาหนึ่ง หรือช่วงเวลาสั้นๆ ก็ตาม
ถ้ามองผ่านเลนส์นี้ การกอดไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อรักษาโรค
แต่มันถูกออกแบบมาเพื่อ ‘รีเซ็ตระบบประสาทระหว่างวัน’
ในโลกที่อีเมลไม่หยุดเด้ง งานไม่เคยจบ และสมองอยู่ในโหมด alert แทบตลอดเวลา การสัมผัสเชิงอ่อนโยนจึงทำหน้าที่เหมือนปุ่มพักสั้น ๆ ให้ร่างกายไม่ต้องอยู่ในโหมดเอาตัวรอดตลอด 24 ชั่วโมง
การกอดไม่ได้ฆ่าซึมเศร้า ไม่ได้รักษาความวิตกกังวล และไม่ใช่ทางลัดของสุขภาพจิต
แต่มันเป็นเครื่องมือเล็ก ๆ ที่ช่วยให้ระบบประสาทไม่ต้องตึงอยู่ตลอดเวลา
บางที การดูแลตัวเองในยุคนี้อาจไม่ใช่การพยายามแข็งแรงขึ้นเรื่อย ๆ
แต่อาจเป็นการอนุญาตให้ร่างกายได้รับสัญญาณของความอ่อนโยนบ้าง ระหว่างวันที่ต้องรับมือกับโลกทั้งใบ
ไม่ใช่เพื่อหายจากทุกอย่าง
แต่เพื่อไม่ต้องฝืนอยู่ในโหมดเอาตัวรอดตลอดเวลา
ฉะนั้น วันนี้ได้กอดใครรึยังคะ ถ้าไม่มีใครให้กอด กอดหมา กอดแมว กอดหมอน กอดตัวเองได้นะคะ มันโอเค