ข่าวสั้นแค่บรรทัดเดียว แต่ข้างหลังมันคือคำถามที่มนุษย์เถียงกันมากว่า 2,500 ปีเลยค่ะ คำถามที่ว่าเรามีสิทธิเลือกวิธีจบชีวิตของตัวเองไหม
คำที่ฝรั่งเศสใช้ ที่เราแปลกันว่าการุณยฆาต มาจากคำกรีกสองคำ eu ที่แปลว่าดี กับ thanatos ที่แปลว่าความตาย รวมกันแล้วแปลตรงตัวว่า “การตายที่ดี”
และคำคำนี้ ก็เดินทางผ่านความหมายที่อยู่คนละขั้วกันจนน่าประหลาดใจ
.
ในกรีกและโรมันโบราณ “การตายที่ดี” เป็นเรื่องของเกียรติ
โสกราตีส เพลโต และเซเนกา มองว่าการเลือกจากไปอย่างสงบเมื่อชีวิตเหลือแต่ความทรมาน เป็นการกระทำที่สมศักดิ์ศรีความเป็นคน
บนเกาะเคออส มีธรรมเนียมใช้ยาพิษเฮมล็อคช่วยให้คนแก่หรือคนป่วยหนักได้จากไปโดยไม่ต้องทุกข์ทรมาน
คนที่ยืนคัดค้านกลับกลายเป็นฮิปโปเครติส บิดาแห่งการแพทย์ คำสาบานของเขาห้ามหมอจ่ายยาพิษให้คนไข้ แม้คนไข้จะร้องขอเอง
ความตึงเครียดระหว่างหมอที่ควรช่วยให้คนพ้นทุกข์ กับหมอที่ต้องปกป้องชีวิตทุกลมหายใจ จึงเก่าแก่พอๆ กับวิชาแพทย์เอง
.
1,000 ปีถัดมา Francis Bacon นักปรัชญาชาวอังกฤษ หยิบคำกรีกคำนี้กลับมาใช้ในความหมายทางการแพทย์เป็นครั้งแรก เมื่อราวปี 1605
แต่สิ่งที่เขาหมายถึง คือการดูแลให้คนไข้จากไปอย่างสงบ เขาแบ่งออกเป็นการเตรียมจิตใจให้พร้อมกับความตาย และการบรรเทาความเจ็บปวดในวาระสุดท้าย
ใกล้เคียงกับสิ่งที่วันนี้เราเรียกว่าการดูแลแบบประคับประคอง มากกว่าการเร่งชีวิตให้จบลง
“การตายที่ดี” ในความหมายของ Bacon จึงยังหมายถึงการอยู่เป็นเพื่อนใครสักคนจนถึงลมหายใจสุดท้าย
.
แล้วคำเดียวกันนี้ ก็ถูกลากลงไปสู่ความหมายที่มืดดำที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ
ระหว่างปี 1939 ถึง 1941 นาซีเยอรมนีใช้คำว่า euthanasia เป็นฉากบังหน้าโครงการรหัสลับชื่อ Aktion T4 การกวาดล้างสังหารผู้พิการและผู้ป่วยจิตเวชอย่างเป็นระบบ มีผู้เสียชีวิตประมาณ 275,000 ถึง 300,000 คน
ไม่มีใครในนั้นเคยร้องขอที่จะตาย พวกเขาถูกรัฐตัดสินว่าเป็นชีวิตที่ “ไม่คู่ควรกับการมีชีวิตอยู่”
คำที่เคยแปลว่าความเมตตา กลายเป็นเครื่องมือของการฆ่าล้าง และนั่นทำให้คนทั้งโลกขยาดคำคำนี้ไปอีกหลายสิบปี
.
เหตุการณ์นั้นเองที่ทำให้การถกเถียงเรื่องการุณยฆาตในยุคของเรา หนักอึ้งและน่าระแวดระวังเป็นพิเศษค่ะ
ทุกครั้งที่มีประเทศเตรียมออกกฎหมาย คำถามเดิมจะย้อนกลับมา ถ้าเรายอมให้คนเลือกที่จะตายได้ เราจะแยก “ความสมัครใจจริงๆ” ออกจาก “การถูกทำให้รู้สึกว่าตัวเองเป็นภาระ” ได้อย่างไร
เนเธอร์แลนด์เป็นชาติแรกที่ออกกฎหมายรับรองในปี 2002 หลังจากนั้นก็ตามมาอีกหลายประเทศ แต่ละที่วางเงื่อนไขรัดกุมต่างกันไป บางที่กำหนดว่าต้องเป็นโรคที่รักษาไม่หาย บางที่ต้องผ่านการประเมินหลายชั้น
ฝรั่งเศสเมื่อวานนี้ก็ขีดเส้นไว้ชัดว่า ความทุกข์ทางใจเพียงอย่างเดียวยังเข้าเกณฑ์ไม่ได้
เงื่อนไขทั้งหมดนี้ คือรอยแผลเป็นที่ Aktion T4 ทิ้งไว้ให้ประวัติศาสตร์
.
สิ่งที่การเดินทางของคำคำนี้ทิ้งไว้ให้เราขบคิด อาจลึกกว่าคำถามว่าการุณยฆาตถูกหรือผิด
มันคือคำถามว่า ทำไมคำคำเดียวกัน จึงแปลว่าเกียรติยศก็ได้ อาชญากรรมก็ได้ และสิทธิมนุษยชนก็ได้ ในเวลาที่ต่างกัน
คำตอบอาจซ่อนอยู่ตรงที่ “การตายที่ดี” ไม่เคยมีความหมายตายตัว มันขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นคนตัดสินว่าอะไรดี และตัดสินไปเพื่อใคร
ในโลกโบราณ คนตัดสินคือเจ้าของชีวิตเอง ในยุคนาซี คนตัดสินคือรัฐ และในกฎหมายของวันนี้ เรากำลังพยายามอย่างหนัก เพื่อดึงอำนาจนั้นกลับมาไว้ในมือเจ้าของชีวิตอีกครั้ง โดยมีเงื่อนไขคอยเฝ้าระวังไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเดิม
.
เชื่อว่าเราทุกคนอยากมี “การตายที่ดี” ในแบบของตัวเองนะคะ
เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับความตายอย่างเดียว แต่เกี่ยวกับว่าเราไว้ใจใครให้มานิยามคำว่า “ดี” แทนเราได้บ้าง รัฐ ศาสนา หมอ ครอบครัว หรือตัวเราเอง
ถ้า “การตายที่ดี” ต้องมีความหมายในแบบของเราเองสักหนึ่งความหมาย เราอยากให้คำนั้นแปลว่าอะไรกันนะ