‘บทสนทนา เวลา และความรัก มรดกของ Rob Reiner’

Rob Reiner หนึ่งในผู้กำกับหนังรักที่เราชอบมากๆ ไปจนถึงชอบมากที่สุดหลายเรื่อง พึ่งจากไปวันนี้พร้อมภรรยาของเขา เป็นการจากไปจากการโดนทำร้าย เป็นโศกนาฏกรรมที่น่าตกใจและน่าเศร้าใจ

เรานึกถึง When Harry Met Sally… หนังรอมคอมเรื่องแรกๆ ในชีวิตที่เราได้ดูตั้งแต่สมัยเด็กๆ และชอบมากถึงขนาดดูซ้ำไปซ้ำมาจนจำบทสนทนาได้หมดตั้งแต่ยังไม่ค่อยรู้ภาษาอังกฤษ คิดถึงบทสนทนาที่คุ้นเคย คำประชดที่เหมือนเพื่อนบ่นใส่กัน และจังหวะเงียบ ๆ ระหว่างประโยคที่บอกเรามากกว่าคำพูด

สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนมากเมื่อย้อนดูหนังของ Rob คือไม่ใช่แค่เขา ‘เล่าเรื่องความรักเก่ง’ แต่เขาเล่า ‘รูปแบบ’ ของความรักได้หลากหลาย เหมือนเขาเข้าใจดีว่าความรักของมนุษย์ไม่ได้มีหน้าเดียว ไม่ได้มาในแพ็กเกจเดียวกัน และไม่จำเป็นต้องสวยงามเสมอไป

ในโลกของ Rob ความรักมักเริ่มจากสิ่งที่ดูไม่โรแมนติกเอาเสียเลย อย่างเช่น มิตรภาพ การทะเลาะ ความไม่ลงรอย ความรำคาญกันเล็ก ๆ น้อย ๆ When Harry Met Sally… ไม่ได้ทำให้เราหลงรักเพราะฉากใหญ่โต แต่เป็นเพราะการเห็นคนสองคนโตไปพร้อมกัน เห็นนิสัยแย่ ๆ ของกันและกัน และยังเลือกจะนั่งข้าง ๆ กันต่อไป ความรักในหนังเรื่องไม่ได้ชนะสิ่งต่าง ๆ ด้วยคำพูดสวย ๆ แต่มันชนะด้วยเวลา

แบบเดียวกับ Stand by Me ที่ไม่มีคำรักโรแมนติกเลยสักนิด แต่กลับสอนเราว่าการมีใครสักคนที่เดินข้าง ๆ ในช่วงที่โลกยังสับสน คือความรักอีกรูปแบบหนึ่งที่ทรงพลังมาก มิตรภาพวัยเด็กในหนังเรื่องนั้นไม่ได้อยู่ตลอดชีวิต แต่ร่องรอยของมันอยู่

แล้วก็มีอีกด้านหนึ่ง ด้านที่ Rob รู้ดีว่าความรักไม่ได้อ่อนโยนเสมอไป The Princess Bride พาเราไปสุดทางของอุดมคติ …“As you wish” คือประโยคที่ทั้งโลกอยากได้ยินสักครั้งหนึ่งในชีวิต มันคือความรักที่ยอมทุ่มทุกอย่าง ยอมรอ ยอมเจ็บ ยอมตาย และถึงจะรู้ว่ามันเหมือนเทพนิยาย เราก็ยังอยากเชื่อ เพราะมนุษย์ต้องการเรื่องเล่าแบบนี้เพื่อมีแรงเดินต่อ

แต่ Rob ก็ไม่ปล่อยให้เราอยู่ในฝันนานเกินไป The Story of Us ดึงเรากลับมาสู่ชีวิตคู่ที่เสียงดังด้วยความเงียบ คนสองคนที่เคยรักกันเพราะสิ่งหนึ่ง กลับเจ็บปวดเพราะสิ่งเดียวกันนั้น ความรักในเรื่องนี้ไม่ได้พังเพราะไม่มีความรู้สึก แต่เพราะมันต้องการการดูแลมากกว่าที่ใครเคยบอกเรา
และถ้าความรักไม่มีขอบเขต ไม่มีความเคารพ มันก็กลายเป็นฝันร้ายได้ Misery คือคำเตือนที่หนาวเย็นว่า เส้นแบ่งระหว่าง “ฉันรักงานของคุณ” กับ “ฉันเป็นเจ้าของคุณ” บางกว่าที่คิด ความรักที่ไม่ฟัง ไม่ปล่อย และไม่ยอมรับความเป็นมนุษย์ของอีกฝ่าย ไม่ใช่ความรัก แต่มันคือการครอบงำ

สิ่งที่ Rob Reiner ทิ้งไว้ หาใช่สูตรความรักสำเร็จรูป แต่เป็นแผนที่ที่มีหลายเส้นทาง บางเส้นทางพาไปสู่กันและกัน บางเส้นทางพาให้หลง บางเส้นทางจบลงกลางทาง และบางเส้นทางก็ยังสวยงาม แม้เราจะเดินไปคนเดียว

เราคิดว่า มรดกที่งดงามที่สุดของเขา คือการทำให้เรากลับไปมองความสัมพันธ์ของตัวเองด้วยสายตาที่อ่อนโยนขึ้น เข้าใจมากขึ้น และซื่อสัตย์กับความจริงมากขึ้น ว่าความรักไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบ แค่ต้องเป็นของจริง

และในโลกที่ทุกอย่างเร่งรีบ หนังของ Rob Reiner ยังสอนเราอย่างเงียบ ๆ ว่า บางความรักต้องใช้เวลา บางความรักต้องใช้ความกล้า และบางความรัก…แค่ต้องยอมรับว่ามันเคยมีอยู่ ก็เพียงพอแล้ว

Related Posts