เราจะรับมือคนยาก ๆ ในชีวิตยังไดี

คนยากมีหลายแบบ บางคนเสียงดัง บางคนเงียบแต่บั่นทอน บางคนดูเหมือนคุยง่ายแต่ทำให้เราหมดแรงทุกครั้งที่เจอ การเข้าใจประเภทของคนยากช่วยให้เราเลือกวิธีรับมือได้แม่นขึ้น แต่ก่อนจะมองออกไปข้างนอก มีจุดหนึ่งที่สำคัญมากและมักถูกมองข้าม นั่นคือการหันกลับมาดูตัวเอง

งั้นเรามาเริ่มสำรวจตัวเองก่อนโต้ตอบ กันก่อนนะคะ

ในหลายสถานการณ์ ความตึงเครียดเกิดจาก ‘เคมี’ ที่ไม่ลงตัว หรือจังหวะอารมณ์ที่สวนกัน บางวันเราเหนื่อย บางวันเรามีแผลเก่าถูกสะกิด การถามตัวเองสั้น ๆ ก่อนตอบโต้ช่วยได้มาก เรากำลังล้ากำลังเหนื่อยอยู่หรือเปล่า หรือเรื่องนี้กระทบปมอะไรในใจเราไหม

การรู้เท่าทันอารมณ์ตัวเองทำให้เราหลุดจากกับดักการปะทะทางอารมณ์ และเลือกตอบสนองอย่างมีสติขึ้น

สมมุติว่าเราผ่านขั้นตอนการรู้ตัวเองมาได้เรียบร้อยแล้ว ทีนี้เรามาลองดูประเภทของคนยาก ๆ และวิธีรับมือกัน

1. คนก้าวร้าว
ใช้เสียง ใช้อารมณ์ และเข้ามากดดันใกล้ตัว รับมือด้วยการคุมอารมณ์ พูดสั้น ชัด เสนอทางออก หากสถานการณ์รุนแรงขึ้น การถอยออกมาเป็นการรักษาความปลอดภัยทางใจ

2. คนที่กระตุ้นอารมณ์ลบของเราอยู่เสมอ
อยู่ใกล้แล้วเหนื่อย จิตตกใจตก หรือรู้สึกด้อยค่า จงสังเกต trigger ของตัวเอง ตั้งขอบเขต และเว้นระยะห่างเมื่อจำเป็น

3. คนไม่ฟังหรือเพิกเฉย
ฟังผ่าน ๆ หรือสนใจอย่างอื่นใส่เราตลอด ให้ใช้ประโยคสั้น พูดซ้ำอย่างสงบ หากอีกฝ่ายยังไม่เปิดรับ การหยุดสนทนาก็ช่วยประหยัดพลังงานนะ

4. คนที่รับทุกอย่างไปเป็นเรื่องส่วนตัว
คำพูดธรรมดาของเรากลายเป็นเรื่องใหญ่ของเค้าซะได้ ก็เลือกถ้อยคำกลาง ๆ ลดการหยอกล้อ และให้พื้นที่เขาจัดการอารมณ์

5. คนข้ามเส้นคุณค่าและความเป็นส่วนตัว
ลักษณะคือละเมิดข้อตกลงหรือเอาเรื่องเราไปบอกต่อ ให้สื่อสารขอบเขตให้ชัด หากยังเกิดซ้ำ การเพิ่มระยะห่างช่วยปกป้องชีวิตส่วนตัวเราได้ค่ะ

6. คนบิดความจริงหรือ gaslight
หมุนเรื่องเข้าทางตัวเองและมองข้ามข้อเท็จจริง จงยึดข้อมูลจริง พูดซ้ำอย่างนิ่งสงบ และไม่เล่นเกมอารมณ์

7.คนชอบวิจารณ์และลดคุณค่าคนอื่น
ตัดสินรูปลักษณ์ ความคิด หรือผลงาน ให้แยก feedback ที่สร้างสรรค์ออกจากคำพูดที่บั่นทอน วางส่วนที่ไม่เกิดประโยชน์ และจำกัดการติดต่อซะ

8. คนขัดจังหวะตลอดเวลา
ไม่ปล่อยให้พูดจบ บอกตรง ๆ ว่ายังพูดไม่เสร็จ ขอให้รอ และยืนหยัดในสิทธิการสื่อสารอย่างสุภาพ

ต่อไปมาว่าด้วยเครื่องมือสื่อสารที่น่าสนใจ

มีเทคนิคบางอย่างที่ทำหน้าที่เหมือนมีดพก ใช้ได้หลายสถานการณ์

Gray Rock Method
ทำตัวให้เรียบ นิ่ง (นึกภาพว่าทำตัวน่าเบื่อ ๆ เข้าไว้) ตอบสั้น ไม่แสดงอารมณ์ เทคนิคนี้ช่วยลดแรงจูงใจของคนที่ชอบปั่นหรือสร้างดราม่าได้ดี และหลายครั้งยังช่วยลดสภาวะปั่นป่วนในตัวเราเองด้วย ถ้าจริง ๆ แล้วอีกฝ่ายไม่ได้ดราม่า แต่เขาเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว
​
*หมายเหตุเล็ก ๆ เกี่ยวกับ Gray Rock…..
หลักๆ แล้วเหมาะกับเคสที่อีกฝ่ายชอบปั่นหรือละเมิดทางอารมณ์ แต่ถ้ามีความเสี่ยงถูกทำร้ายร่างกายหรือความรุนแรง การโฟกัสที่แผนความปลอดภัยและการขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญจะสำคัญกว่าการใช้เทคนิคนี้เพียงอย่างเดียวค่ะ
​

I-Message
สื่อสารจากความรู้สึกและผลกระทบของเรา แทนการชี้นิ้วกล่าวโทษ เช่น “เรารู้สึกว่าการคุยจะชัดขึ้น ถ้าได้พูดส่วนนี้ให้จบก่อน” เป็นการบอกพื้นที่ของเราโดยไม่โจมตีอีกฝ่ายตรง ๆ
​
*หมายเหตุเกี่ยวกับ I‑Message….
ช่วยลดการปะทะได้ดีในความสัมพันธ์ที่ค่อนข้างเท่าเทียม แต่ถ้าอีกฝ่ายมีอำนาจเหนือกว่ามาก การใช้ความรู้สึกของเราเป็นเหตุผลให้อีกฝ่ายต้องเปลี่ยน อาจกลายเป็นแรงกดดันแบบหนึ่งได้ ในบางกรณี การระบุ “ขอบเขต” ให้ชัดว่าเรารับได้ ไม่ได้อะไร จะตรงและปลอดภัยกว่าค่ะ

ขอปิดท้ายที่ การฟื้นฟูใจหลังการปะทะ (Post-Interaction Care)

การรับมือคนยากใช้พลังงานทางอารมณ์สูง การดูแลตัวเองหลังเหตุการณ์ช่วยรีเซ็ตใจได้ดี เขียนระบายความคิด หายใจลึก ๆ สักไม่กี่นาที ทำกิจกรรมที่ชอบเพื่อเติมพลัง

การพักใจเป็นส่วนหนึ่งของการรับมือ ไม่ใช่เรื่องฟุ่มเฟือย

สรุปแบบเร็ว ๆ นะคะ

สิ่งที่ควรทำ
– รักษาความสงบ
– ยึดข้อเท็จจริง
– กำหนดขอบเขตให้ชัด

สิ่งที่ควรเลี่ยง
– พยายามเปลี่ยนอีกฝ่าย
– ใช้อารมณ์โต้กลับ
– อธิบายซ้ำให้คนที่ไม่เปิดรับ

การรับมือคนยาก ๆ เป็นทักษะที่ผสมทั้งการตั้งรับ การเชิงรุก และการดูแลตัวเอง เมื่อเราเลือกปฏิกิริยา เลือกระยะ และเลือกขอบเขตได้ดี พื้นที่ชีวิตจะค่อย ๆ กลับมาเป็นของเรา และพลังใจจะถูกใช้กับคนและเรื่องราวที่หล่อเลี้ยงเราจริง ๆ ค่ะ

ส่วนคำถามที่ว่า แล้วตัวเราล่ะ ยากสำหรับคนอื่นมั้ย ……. แน่นอนสิคะ เราก็ยากกับคนอื่นเหมือนกัน ทั้งที่รู้ตัวและไม่รู้ตัวนั่นแหละ แต่การตระหนักและเติบโตภายในช่วยได้เสมอ เราจะไม่หมดหวังค่ะ : )

Related Posts