เวลาเจอใครสักคนที่พูดถึงตัวเองตลอด ต้องการคำชมมากกว่าปกติ และดูเหมือนคาดหวังให้โลกปฏิบัติกับเขาเป็นพิเศษ เรามักสรุปเร็วๆ ว่า “คนคนนี้หลงตัวเอง”
อาจจะจริง หรือไม่จริง เราไม่อาจวินิจฉัยได้
แต่สิ่งที่เห็นเหล่านั้น มักเป็นแค่ยอดภูเขาน้ำแข็ง
ส่วนที่อยู่ใต้น้ำ คนรอบข้างแทบมองไม่เห็น และบางทีเจ้าตัวเองก็มองไม่เห็นเช่นกัน
American Psychiatric Association อธิบาย Narcissistic Personality Disorder หรือ NPD ว่าเป็นรูปแบบความคิดและพฤติกรรมที่เกิดซ้ำต่อเนื่อง คือรู้สึกว่าตัวเองยิ่งใหญ่ ต้องการให้คนชื่นชม และเข้าใจความรู้สึกของคนอื่นได้ยาก
แต่นั่นคือส่วนเหนือน้ำ
McLean Hospital โรงพยาบาลจิตเวชในเครือ Harvard Medical School อธิบายว่า ใต้ภาพลักษณ์ที่ดูมั่นใจ มักมีความรู้สึกถึงคุณค่าในตัวเองที่เปราะบาง และแกว่งไปตามสายตาของคนอื่น คนกลุ่มนี้จะไวต่อคำวิจารณ์และความล้มเหลวมาก และมักซ่อนความรู้สึกอับอาย ด้อยค่า หรือว่างเปล่าไว้ลึกๆ
การย้ำว่าตัวเองสำคัญหรือการกดคนอื่นให้ต่ำลง จึงเป็นเหมือน “กลไกป้องกันตัว” เพื่ออุดช่องว่างข้างใน มากกว่าจะเป็นความมั่นใจจริงๆ
และถ้าจะพูดกันตามตรง พฤติกรรมในระดับเหนือน้ำนี้ เราทุกคนก็มีกันบ้างในบางวัน
อยากให้คนเห็นผลงาน อยากได้คำชม รู้สึกแย่เมื่อโดนวิจารณ์ หรือเผลอคิดว่าตัวเองถูกเสมอ… เรื่องพวกนี้เป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์
ความต่างอยู่ที่ว่า มันเกิดต่อเนื่องแค่ไหน เข้มข้นแค่ไหน และกระทบความสัมพันธ์รอบข้างมากเท่าไร ซึ่งผู้เชี่ยวชาญต้องประเมินรูปแบบระยะยาวก่อนจึงจะวินิจฉัย NPD ได้ (แถมแต่ละคนยังแสดงออกต่างกัน บางคนแสดงออกชัดเจน แต่บางคนเก็บกดไว้เงียบๆ จนดูเหมือนคนขี้อาย ซึ่งแบบหลังยิ่งมองออกยาก)
คำถามคือ แล้วเราจะได้อะไรจากการมองเห็น “ส่วนใต้น้ำ” ของเรื่องนี้
อย่างแรก มันช่วยให้เราไม่รับเอาพฤติกรรมแย่ๆ ของเขามาใส่ตัว (Don’t take it personally)
พอเราเข้าใจว่าความเย่อหยิ่งของคนตรงหน้า แท้จริงแล้วมาจากความเปราะบางและบาดแผลในใจ ความรู้สึก “รำคาญหรือโกรธ” อาจเปลี่ยนเป็นความ “เข้าใจ” เราจะเริ่มมองเห็นว่าสิ่งที่เขาทำไม่ได้เกี่ยวกับเรา แต่มันเป็นการต่อสู้กับความรู้สึกไร้ค่าของเขาเอง
อย่างที่สอง มันย้ำเตือนเรื่อง “ขอบเขต” (Boundaries)
ความเข้าใจ ไม่ได้แปลว่าต้องยอมทน เราสามารถมีความเมตตาและเข้าใจเขาได้ โดยที่ไม่จำเป็นต้องอยู่ในความสัมพันธ์ที่บั่นทอน หรือยอมเป็นที่รองรับอารมณ์ การขีดเส้นแบ่งระยะห่างที่พอดี เพื่อปกป้องสุขภาพจิตของเราเอง ยังคงเป็นเรื่องสำคัญที่สุด
และสุดท้าย มันช่วยให้เราหันกลับมามองตัวเอง
แว่นตาแห่งความเข้าใจนี้ ช่วยให้เราเห็นคนอื่นชัดขึ้น และช่วยให้เราตั้งคำถามกับตัวเองด้วยว่า…
ในครั้งล่าสุดที่เราหงุดหงิดเวลาไม่มีคนเห็นค่า โหยหาคำชมมากกว่าปกติ หรือเผลอเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นจนเป็นทุกข์
ลึกๆ แล้ว… เรากำลังพยายามอุดช่องว่างอะไรในใจของเราอยู่หรือเปล่าคะ