เส้นทางสู่ใจที่ยืดหยุ่น อยู่กับปัจจุบัน เข้าใจตัวเอง และ “เลือกก้าวต่ออย่างมีความหมาย”

มนุษย์มีความสามารถประหลาดอย่างหนึ่งค่ะ คือเราทุกข์กับเรื่องที่ผ่านไปแล้วและเรื่องที่ยังมาไม่ถึงได้พร้อมกัน

ข้อความสั้น ๆ จากหัวหน้าว่า “พรุ่งนี้ขอคุยหน่อย” ก็พอให้เรานั่งไล่ความผิดพลาดเมื่อสัปดาห์ก่อน แล้วซ้อมรับหายนะที่ยังไม่เกิดไปทั้งคืน

ความเหนื่อยแบบนี้มาจากเหตุการณ์ตรงหน้าเพียงส่วนเดียว อีกส่วนมาจากความสัมพันธ์ระหว่างเรากับความคิดและความรู้สึกของตัวเอง

นักจิตวิทยาเรียกจุดนี้ว่า Psychological Flexibility หรือความยืดหยุ่นทางจิตใจ
คำนี้ไม่ได้แปลว่าคิดบวกตลอดเวลา หรืออดทนกับทุกอย่างโดยไม่บ่น มันคือความสามารถรับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นในใจ โดยไม่ปล่อยให้มันสั่งการทุกการกระทำ แล้วเลือกทำสิ่งที่ตรงกับคุณค่าที่เรายึดถือ

แนวคิดนี้เป็นแกนของ Acceptance and Commitment Therapy หรือ ACT ที่พัฒนาจากงานของ Steven C. Hayes นักจิตวิทยาจาก University of Nevada, Reno

ACT มองว่าเราสร้างชีวิตที่มีความหมายได้ แม้ความกลัวและความไม่แน่นอนจะเดินมาด้วยกัน เราไม่ต้องรอให้ท้องฟ้าปลอดเมฆก่อนถึงจะออกเดินทาง

เมื่อใจวิ่งไปไกล จุดเริ่มต้นที่ง่ายที่สุดคือกลับมาที่ร่างกาย รู้สึกถึงเท้าที่แตะพื้น ฟังลมหายใจ หรือจับแก้วน้ำเย็น ๆ ในมือ

เราทำเพื่อเตือนตัวเองว่ายังอยู่ตรงนี้ มีร่างกาย มีห้อง มีชีวิตที่กำลังเดินอยู่จริง องค์การอนามัยโลกเรียกการฝึกแบบนี้ว่า Grounding

เราคิดถึงพรุ่งนี้ได้ โดยไม่ต้องย้ายความทุกข์ทั้งหมดของพรุ่งนี้มาไว้ในคืนนี้

พอกลับมาอยู่กับปัจจุบัน เราอาจพบว่าความกลัวยังเต็มอก
สติเริ่มจากการยอมรับตรง ๆ ว่าใจไม่สงบเลย

“ตอนนี้เรากำลังกลัว และมันยากจริง ๆ”

ประโยคแบบนี้ทำให้เราเลิกเสียแรงไปกับการปฏิเสธสิ่งที่กำลังรู้สึกอยู่

ACT เรียกส่วนนี้ว่า Acceptance ซึ่งไม่ได้แปลว่ายอมจำนนนะคะ เรายอมรับได้ว่ากำลังโกรธ โดยไม่ต้องระเบิดใส่ใคร และยอมรับได้ว่ากำลังกลัว แล้วยังลงมือทำเรื่องสำคัญไปพร้อมกัน

เอพิกทีทัส นักปรัชญาสโตอิกชาวกรีก เสนอว่าความทุกข์มาจากการตัดสินความหมายของเหตุการณ์ มากกว่าตัวเหตุการณ์เอง

เทียบสองประโยคนี้ดู

“ฉันกำลังจะโดนไล่ออก”

กับ

“ตอนนี้ฉันกำลังมีความคิดว่าฉันอาจจะโดนไล่ออก”

ประโยคหลังเว้นระยะเล็ก ๆ ระหว่างตัวเรากับความคิด ACT เรียกเทคนิคนี้ว่า Cognitive Defusion
ความคิดอาจถูกหรือผิดก็ได้ เราแค่เห็นว่ามันเป็นเหตุการณ์หนึ่งในใจ ที่ต้องชั่งร่วมกับข้อเท็จจริงอื่น

เราไม่ได้เป็นทุกความคิดที่ผ่านเข้ามาในหัว เราเป็นคนที่สังเกตมัน และเลือกได้ว่าจะตอบสนองอย่างไร

เมื่อใจมีพื้นที่ว่างมากขึ้น คำถามถัดมาคือจะใช้พื้นที่นั้นทำอะไร

เป้าหมายมีเส้นชัย คุณค่าเป็นทิศทางที่เราเลือกเดิน การได้งานใหม่เป็นเป้าหมาย การทำงานอย่างซื่อสัตย์และเคารพตัวเองเป็นคุณค่า

เราอาจไปไม่ถึงทุกเป้าหมาย แต่ใช้ชีวิตตามคุณค่าที่สำคัญกับเราได้ทุกวัน

ย้อนกลับไปที่ข้อความจากหัวหน้า สิ่งที่เรายึดถือจริง ๆ อาจเป็นความรับผิดชอบ ความจริงใจ และศักดิ์ศรีของตัวเอง มากกว่าการทำให้ทุกคนพอใจ

พรุ่งนี้เรายังกลัวได้ แต่เตรียมสิ่งที่อยากพูดได้ ฟังอย่างเปิดใจได้ และถามให้ชัดเมื่อไม่เข้าใจ

หลายคนพูดกับเพื่อนอย่างอ่อนโยนเมื่อเพื่อนพลาด แต่พอเป็นเรื่องเดียวกันกับตัวเอง กลับใช้คำพูดรุนแรง
ความยืดหยุ่นทางใจต้องมีความเมตตาต่อตัวเองเป็นพื้น คนที่ถูกด่าอยู่ตลอดเวลา ต่อให้เป็นเสียงในหัวตัวเอง ก็ยากจะกล้าก้าวต่อ

ความกล้าไม่ต้องรอให้ความกลัวหายไปก่อน
คืนที่ใจวิ่งไปถึงพรุ่งนี้ อยากให้เตรียมประโยคพูดกับตัวเองอย่างอบอุ่นอ่อนโยนค่ะ

Related Posts