Intermittent Reinforcement, Trauma Bond และเหตุผลที่เรายังหวนกลับไปหาคนที่ทำให้เจ็บ

ในชีวิตผู้คนส่วนหนึ่ง อาจจะมีจำนวนไม่น้อย มันจะมีช่วงเวลาที่เพื่อนบอกว่า “ทิ้งเขาไปเลยสิ เขาไม่ดีกับเธอเลย” แล้วคุณก็พยักหน้าเห็นด้วย… แต่หัวใจยังดึงให้คุณอยู่ที่เดิม

สมมุติว่าเราเชื่อว่านี่ไม่ใช่เรื่องความไม่ฉลาด หรือความอ่อนแอ แต่เป็นเพราะสมองและระบบประสาทกำลังทำงานแบบที่มันเคยถูกฝึกมา เรามาลองดูกันว่าเราจะเจออะไรในนี้บ้าง

1. Intermittent Reinforcement กับดักที่รุนแรงกว่าการพนัน

ความสัมพันธ์แบบ ‘บางวันดีมาก บางวันหายไปเลย’ คล้ายกลไกที่ใช้ในการพนันและสล็อตแมชชีน
สมองหลั่ง dopamine ทั้งตอนที่ได้รับรางวัล และตอนที่คาดหวังว่าจะได้รับรางวัล โดยเฉพาะเมื่อเราเดาไม่ได้ว่าเมื่อไรเขาจะทักมา หรือเมื่อไรเขาจะดีกับเราเป็นพิเศษ

ยิ่งรางวัลมาแบบไม่สม่ำเสมอ สมองยิ่งโฟกัส ยิ่งพยายาม ยิ่งเฝ้ารอ จนรู้สึกเหมือน ตัดใจไม่ได้
นี่คือเหตุผลว่าทำไมคนที่ดูแลใส่ใจเราอย่างสม่ำเสมอ ถึงอาจให้ความรู้สึก ‘เรียบง่าย’ แต่คนที่ทำให้ต้องเดา ทำให้ต้องรอ กลับรู้สึกเข้มข้นกว่าหลายเท่า

2 Trauma Bond เมื่อความเครียดถูกผูกติดกับคำว่ารัก

ในความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ร่างกายอยู่ในโหมดตื่นตัวตลอดเวลา มีทั้งฮอร์โมนความเครียดอย่าง cortisol และมีทั้ง adrenaline
เมื่อช่วงเวลาตึงเครียด สลับกับช่วงเวลาที่อีกฝ่ายกลับมาดี สวีทหวานแหวว หรือขอโทษ ระบบประสาทจะเริ่มผูก ‘ความโล่งใจหลังจากความเครียด’ เข้ากับภาพของความรักและความผูกพัน

ถ้าในวัยเด็ก ที่บ้านเราความรักมาแบบเอาแน่เอานอนไม่ได้ เช่น บางวันอบอุ่น บางวันเย็นชา ระบบประสาทจะค่อยๆ เขียนแผนที่เอาไว้ว่า ….ความกังวล วุ่นวาย ใจเต้นแรง = ความใกล้ชิด
พอเติบโตขึ้นมา เมื่อเจอความสัมพันธ์ที่สงบ อ่อนโยน สม่ำเสมอ ร่างกายอาจรู้สึกแปลก เขินๆ หรือแม้แต่หวาดหวั่น เพราะมันต่างจาก pattern ที่คุ้นเคย

3. Anxious Attachment สมองที่ถูกฝึกให้วิ่งตาม

จากมุมมองของ Attachment Theory คนที่มีแนวโน้มแบบ Anxious Attachment มักไวต่อสัญญาณว่าคนรักจะห่าง หรือจะทิ้งไป
เมื่ออีกฝ่าย มาๆ หายๆ สมองจะหมุนอยู่กับคำถามว่า “วันนี้เขาจะรักเราน้อยลงไหม” “เราทำอะไรผิดหรือเปล่า”

พออีกฝ่ายกลับมาดี ให้ความสนใจ ทักหา หรือชมขึ้นมา ความโล่งใจตรงนั้นจะยิ่งตอกย้ำว่า “ต้องพยายามอีกนิด เราใกล้จะชนะใจเขาแล้ว”
ไม่แปลกที่ pattern แบบนี้จะรู้สึกคุ้นมือ และดึงดูดมากกว่าความสัมพันธ์ที่ไม่ต้องวิ่งตาม ไม่ต้องพิสูจน์อะไรตลอดเวลา

แล้วถ้าพอเห็นภาพแล้ว มีนี้จะออกจาก loop นี้ได้ยังไง

หัวใจไม่ได้หายอยากได้ความรักในวันเดียวหรอกค่ะ แต่เราสามารถค่อยๆ สอนสมองให้เรียนรู้รูปแบบใหม่ได้นะ อาจจะลอง….

– ฝึกสังเกตว่าความรู้สึก ใจเต้นแรง วุ่นวาย คิดวน ไม่เป็นอันทำอะไร อาจไม่ใช่สัญญาณของ chemistry เสมอไปนะคะ มันโหมดเอาตัวรอดของร่างกายที่กำลังทำงานรึเปล่า

– ให้โอกาสตัวเองได้อยู่ใกล้ความสัมพันธ์แบบสงบ สม่ำเสมอ และค่อยๆ บอกตัวเองว่า “ความสงบ = ความปลอดภัย” ไม่ใช่ความน่าเบื่อ

– ลองถามตัวเองอย่างอ่อนโยนว่า
“ฉันได้เรียนรู้มาจากที่ไหนกันนะ ว่าความรักต้องเจ็บ ต้องลุ้น ต้องกลัวว่าจะถูกทิ้ง ถึงจะรู้สึกว่ามันมีค่า”

ถ้าเริ่มมองเห็น pattern เดิมซ้ำๆ จนรู้สึกว่าตัวเองหลงอยู่ใน loop เดิมมานาน การคุยกับนักจิตวิทยา หรือนักบำบัดความสัมพันธ์ สามารถช่วยให้เรา เขียนแผนที่ใหม่ ให้กับระบบประสาทได้อย่างปลอดภัยและนุ่มนวลมากขึ้น

บางครั้งสิ่งที่รู้สึกว่า “ชอบมากเป็นพิเศษ คิดถึงไม่หยุด ตัดไม่ขาด” อาจเป็นเสียงสะท้อนของระบบประสาทที่กำลังทำงานตาม pattern เก่าที่คุ้นเคย มากกว่าจะเป็นเสียงของความรักที่อ่อนโยนกับตัวเอง

และสำหรับเพื่อนที่เตือนแล้วเพื่อนก็กลับไปติดหล่มบ่อยๆ ก็ไม่เป็นไรค่ะ เราทำหน้าที่ของเราแล้ว เราไม่ควรคาดหวังอะไร …. หรือส่งโพสนี้ให้เค้าลองอ่านมั้ยคะ เผื่อจะมีไอเดียใหม่ๆ ให้กับแผนที่ใหม่ๆ ค่ะ

Related Posts