ประวัติศาสตร์สั้น ๆ ของการโค้ช ก่อนที่คำว่าไลฟ์โค้ชจะดัง

ถ้าย้อนเวลากลับไปให้ไกลพอ ก่อนจะมีคำว่า Life Coach ก่อนจะมีคอร์สออนไลน์ ก่อนจะมีใบเซอร์ และก่อนจะมีดราม่าในโซเชียล ต้นทางของแนวคิดนี้จริง ๆ อยู่ไกลกว่านั้นมาก มันอยู่ถึงยุคกรีกโบราณเลยทีเดียวเชียว

โสเครตีส (หนึ่งในนักปรัชญากรีกโบราณที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เป็นบิดาแห่งปรัชญาตะวันตก) ไม่ได้สอนชีวิตด้วยการบอกคำตอบ
เขาใช้วิธีเดินคุย ตั้งคำถาม ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
จนคนตรงหน้าค่อย ๆ มองเห็นความคิด ความเชื่อ และเหตุผลของตัวเองชัดขึ้น

วิธีนี้ถูกเรียกว่า Socratic Method
และถ้าดูดี ๆ มันคือหัวใจของการโค้ชแบบดั้งเดิม คือช่วยให้คนคิดเอง ตัดสินใจเอง และรับผิดชอบคำตอบของตัวเอง

หลายร้อยปีต่อมา โลกเริ่มจริงจังกับการทำความเข้าใจจิตใจมนุษย์มากขึ้น
ช่วงทศวรรษ 1960 นักจิตวิทยาสายมนุษยนิยมอย่าง Abraham Maslow และ Carl Rogers เริ่มขยับกรอบความคิดของวงการจิตวิทยา

จากเดิมที่สนใจการเยียวยาความผิดปกติ
พวกเขาหันมามองมนุษย์ในฐานะคนธรรมดาที่อยากเติบโต อยากใช้ศักยภาพของตัวเองให้เต็มที่
แนวคิดเรื่อง Self-Actualization หรือการเป็นตัวเองในเวอร์ชันที่ดีที่สุดจึงเกิดขึ้น

ตรงนี้เป็นจุดสำคัญ
เพราะมันทำให้เส้นทางของ ‘การรักษา’ กับ ‘การพัฒนา’ เริ่มแยกออกจากกันชัดเจน

จากห้องเรียน แนวคิดนี้ไหลไปถึงสนามกีฬา
ปี 1974 Timothy Gallwey เขียนหนังสือ The Inner Game of Tennis
เขาพบว่าสิ่งที่ฉุดรั้งนักกีฬาไว้ ไม่ใช่คู่แข่งที่อยู่ฝั่งตรงข้ามของเน็ต แต่เกิดขึ้นในหัวของตัวเอง ความกลัว ความลังเล ความกดดัน

หนังสือเล่มนี้ไปไกลกว่าวงการเทนนิส
ผู้บริหารจำนวนมากอ่านแล้วพบว่า ‘เกมในใจ’ แบบเดียวกันนี้เกิดขึ้นในห้องประชุม
หลายคนไม่ได้ขาดทักษะ แต่จัดการตัวเองไม่ได้

แนวคิดการโค้ชจึงค่อย ๆ ขยับจากกีฬาเข้าสู่โลกธุรกิจ
เกิดเป็น Executive Coaching การทำงานกับคนที่มีศักยภาพอยู่แล้ว แต่ต้องการไปได้ไกลกว่านั้น

ปลายยุค 80s ถึง 90s คำว่า Life Coach เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง
จาก Thomas Leonard อดีตนักวางแผนการเงิน

เขาสังเกตว่าลูกค้าไม่ได้สับสนแค่เรื่องเงิน
แต่สับสนกับชีวิต เป้าหมาย และทิศทาง
Leonard จึงพัฒนาแนวคิด Life Planning และต่อยอดมาเป็น Life Coaching

เขาก่อตั้ง Coach U และต่อมา ICF (International Coaching Federation)
เพื่อวางกรอบวิชาชีพให้ชัด ว่าโค้ชทำงานกับคนที่พร้อมพัฒนา
ใช้การฟัง การตั้งคำถาม และการช่วยให้คนลงมือทำ

จากนั้นอาชีพนี้ก็เติบโตอย่างรวดเร็ว
องค์กรเริ่มใช้โค้ช บุคคลทั่วไปเริ่มมีโค้ชเฉพาะทาง
Career Coach, Relationship Coach, Health Coach เกิดขึ้นตามรูปแบบชีวิตที่ซับซ้อนขึ้น

แต่เมื่อเข้าสู่ยุคโซเชียลมีเดีย เส้นแบ่งก็เริ่มพร่า
นักพูดสร้างแรงบันดาลใจ กูรูความสำเร็จ อินฟลูเอนเซอร์
ถูกเรียกรวมด้วยคำเดียวกัน

ในประเทศไทย ภาพนี้ยิ่งเห็นชัด
ช่วงแรก ไลฟ์โค้ชเข้ามาในองค์กรใหญ่แบบเงียบ ๆ จริงจัง และมีมาตรฐาน
ต่อมา กระแสหนังสือ How-to, NLP และโซเชียลมีเดีย
ทำให้คำว่า “ไลฟ์โค้ช” กลายเป็นทั้งของที่คนสนใจ และของที่คนระแวง

คอร์สราคาแรง คำพูดนามธรรม ดราม่า
ทำให้หลายคนเริ่มสับสนว่า ไลฟ์โค้ชต่างจากนักจิตวิทยายังไง หรือจริง ๆ คืออะไรกันแน่

ถ้ามองแบบพยายามตรงไปตรงมา
นักจิตวิทยาทำงานกับบาดแผล การเยียวยา และความผิดปกติของใจ
มักพาเราย้อนกลับไปทำความเข้าใจอดีต และอยู่ภายใต้กฎหมายชัดเจน

ไลฟ์โค้ชทำงานกับคนที่ยังใช้ชีวิตได้ตามปกติ
โฟกัสที่ปัจจุบันและอนาคต ตั้งเป้าหมาย วางแผน และช่วยให้เกิดการลงมือทำ
เหมือนเทรนเนอร์ที่ช่วยสร้างกล้ามเนื้อชีวิตให้แข็งแรงขึ้น

ประเด็นไม่ได้อยู่ที่อาชีพไหนดีกว่า
แต่อยู่ที่ช่วงเวลานั้น เรากำลังต้องการอะไร

บางช่วง ชีวิตต้องการการเยียวยา
บางช่วง แค่ต้องการคนที่ตั้งคำถามดี ๆ และเดินไปข้าง ๆ กัน

และถ้ามองย้อนตั้งแต่โสเครตีสจนถึงวันนี้
จะเห็นว่ามนุษย์พยายามเข้าใจและพัฒนาตัวเองมาตลอด
เพียงแต่เราเปลี่ยนเวที เปลี่ยนภาษา และเปลี่ยนชื่อเรียกไปตามยุคสมัย

การแยกให้ออกว่า
ตอนนี้ใจเรากำลัง “ต้องการการรักษา”
หรือแค่ “ต้องการคนช่วยถือกระจกให้เห็นตัวเองชัดขึ้น”
อาจเป็นทักษะชีวิตที่สำคัญพอ ๆ กับการพัฒนาตัวเองแบบไหนก็ตาม

Related Posts