ความโง่มีจริงมั้ย และถ้ามี มันคืออะไรกันแน่

ความโง่ มีจริงมั้ย หรือไม่มีใครโง่ เขาแค่ไม่รู้ หรือถ้ามันมีจริง มันจะหน้าตาเป็นแบบไหนในทางปรัชญา

ภาพหนึ่งที่หลายคนอาจจะคุ้นในชีวิตประจำวันคือห้องประชุมเล็ก ๆ ที่ใครบางคนพูดแทรกขึ้นมากลางวง ด้วยประโยคประมาณว่า
“ผมทำงานมานาน เรื่องแบบนี้ไม่ต้องอธิบายหรอก ผมรู้อยู่แล้ว”

บทสนทนาตรงนั้นมักจบลงเงียบ ๆ แน่นอนว่าไม่ใช่เพราะทุกคนเห็นด้วย แต่เพราะไม่มีใครอยากเปลืองแรงคุยกับกำแพงที่ประกาศตัวว่า ‘รู้หมดแล้ว’

ถ้าคนนั้นไม่รู้จริง ๆ หรือไม่แน่ใจว่ารู้ทั้งหมดและพูดว่า “อธิบายเพิ่มหน่อยได้มี่ย” วงสนทนาอาจไปต่อได้ แต่สิ่งที่ปิดมันลงไม่ใช่ความไม่รู้ หากคือความมั่นใจว่าตัวเอง ไม่จำเป็นต้องเรียนรู้อีก

ในปรัชญากรีกโบราณ เรื่องนี้ไม่ได้ถูกเรียกว่า “โง่” เหมารวมแบบที่เราคุ้นเคย แต่ถูกแยกออกอย่างคมกริบ โดยเฉพาะในงานของ เพลโต ซึ่งบันทึกบทสนทนาของ โสกราตีส เอาไว้

ความไม่รู้แบบแรกเรียกว่า Agnoia ไม่รู้เพราะยังไม่เคยเรียน ยังไม่เคยเจอ ยังไม่มีเครื่องมือพอจะเข้าใจ มันเป็นสภาพตั้งต้นของมนุษย์ทุกคน และไม่ใช่ปัญหาอะไรเลย

แต่แบบที่สองต่างออกไปโดยสิ้นเชิง กรีกเรียกมันว่า Amathia หรือ การไม่เรียนรู้ ไม่ใช่เพราะไม่มีโอกาส แต่เพราะ ไม่ยอมจะเรียนรู้

ในบทสนทนาอย่าง Alcibiades Major เพลโตใช้โสกราตีสตั้งคำถามจนเห็นว่า ชนชั้นผู้นำอย่าง Alcibiades และแม้แต่ Pericles ตกอยู่ในสภาวะที่นักวิชาการจำนวนมากเรียกว่า amathia คือมั่นใจในสติปัญญาและอำนาจของตัวเองจนไม่เปิดพื้นที่ให้ตรวจสอบว่าที่จริงแล้วเข้าใจ ‘ความยุติธรรม’ หรือ ‘การปกครอง’ ดีพอหรือยัง

โสกราตีสไม่ได้มองว่า การไม่รู้ มันอันตราย แต่เป็นการ คิดว่ารู้แล้ว ทั้งที่ยังไม่รู้ ต่างหาก

ภาพแบบเดียวกันนี้โผล่มาอีกครั้งในโลกสมัยใหม่ แค่ย้ายเวทีจากอาโกราไปอยู่บนฟีดโซเชียล คนแชร์ข้อมูลผิด ๆ ด้วยความมั่นใจเต็มร้อย ทฤษฎีสมคบคิดที่มาพร้อมแคปชันว่า “คิดเองเป็น อย่าเชื่อกระแสหลัก” หรือในองค์กรที่ผู้นำปัด feedback ทิ้ง เพราะ “ทำแบบนี้มาตลอด ไม่เห็นมีปัญหา”

ตรงนี้เองที่จิตวิทยาสมัยใหม่เข้ามาต่อบทสนทนาโบราณนี้ได้อย่างสวยงาม ปรากฏการณ์ที่เรียกว่า Dunning–Kruger effect ชี้ให้เห็นว่า คนที่มีความสามารถหรือความรู้ในด้านใดด้านหนึ่งต่ำ มักประเมินความสามารถของตัวเองสูงกว่าความเป็นจริง เพราะขาดทักษะกำกับรู้คิดหรือ metacognition ซึ่งคือความสามารถในการประเมินว่าตัวเองรู้อะไรมาก–น้อยแค่ไหน ในขณะที่คนที่มีความรู้และทักษะสูงกลับมักระมัดระวังในการประเมินตัวเอง และตั้งคำถามกับความเข้าใจของตัวเองอยู่เสมอ

ฟังดูคุ้น ๆ มั้ยคะ มันใกล้กับสิ่งที่เพลโตเรียกว่า amathia ในภาษาเก่า

ถ้าจะตอบคำถามว่า ‘ความโง่มีจริงไหม’ ในกรอบนี้ คำตอบอาจไม่เกี่ยวกับไอคิวหรือวุฒิการศึกษาเลย แต่เกี่ยวกับท่าทีต่อความจริง ความโง่ในทางปรัชญาอาจไม่ใช่การรู้ผิด แต่คือการ ปิดตัวเองไม่ให้รู้ถูก

โสกราตีสไม่ได้เสนอสูตรลับอะไรซับซ้อน วิธีป้องกัน amathia ของเขาเรียบง่ายจนดูน่ารำคาญ มันคือการตั้งคำถามซ้ำแล้วซ้ำเล่า กับคนอื่น และกับตัวเอง เพื่อเปิดพื้นที่ให้ความสงสัยยังมีที่ยืน

ปัญญาอาจไม่ได้วัดกันที่จำนวนสิ่งที่เรารู้ แต่วัดจากพื้นที่ที่เรายังยอมเหลือไว้ให้คำว่า ‘อันนี้ฉันอาจยังไม่เข้าใจ’

ตราบใดที่พื้นที่นั้นยังไม่ถูกปิดลงด้วยความมั่นใจเร็วเกินไป ความโง่ในความหมายที่อันตรายที่สุด ก็คงยังเข้าไม่ถึงเราได้ง่ายนัก

Related Posts