สุญญากาศหลังความสำเร็จ ทำไมงานยิ่งใหญ่ ยิ่งทิ้งความว่างเปล่าไว้เบื้องหลัง

คืนแรกหลังงานใหญ่จบ เรานึกว่าจะหลับสบายที่สุดในรอบหลายเดือน แต่กลับนอนมองเพดาน ว่างโหวงอย่างบอกไม่ถูก ทั้งที่ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี ทั้งที่ควรจะภูมิใจ มือยังอยากเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์เช็กอะไรสักอย่าง ทั้งที่รู้ดีว่าคืนนี้ไม่มีอะไรให้เช็กแล้ว ความเงียบที่เฝ้ารอมานานหลายเดือน พอมาถึงจริงๆ กลับฟังดูเหมือนเสียงก้องในห้องว่าง

Viktor Frankl จิตแพทย์ชาวเวียนนาผู้รอดชีวิตจากค่ายกักกัน มีชื่อเรียกความรู้สึกนี้ existential vacuum สุญญากาศของการดำรงอยู่
เขาสังเกตว่าอาการนี้ชอบโผล่มาในวันหยุด จนตั้งชื่อให้มันว่า Sunday neurosis อาการหม่นของคนที่พอความเร่งรีบของสัปดาห์สงบลง ความว่างข้างในที่ถูกงานกลบไว้ก็ค่อยๆ เผยตัวออกมา

ประเด็นของเขาแหลมคมทีเดียว…

งานที่เราหมกมุ่นอยู่ทุกวัน บางชิ้นสร้างความหมายให้ชีวิตจริงๆ แต่บางชิ้นแค่กลบเสียงของภาวะไร้ความหมายเอาไว้เฉยๆ
และเราจะรู้ว่างานของเราเป็นแบบไหน ก็ตอนที่มันจบลงนี่แหละค่ะ

เขายังเตือนไว้ด้วยว่า สุญญากาศแบบนี้มักถูกถมทับด้วยของสามอย่าง ความหม่นเศร้า ความก้าวร้าว และการเสพติด ซึ่งรวมถึงการเสพติดงานด้วย
การรีบวิ่งหาโปรเจกต์ใหม่ทันทีที่โปรเจกต์เก่าจบ จึงอาจเป็นการเสพติดชนิดเดียวที่สังคมปรบมือให้

.

อาการเคว้งหลังศึกใหญ่มีหลักฐานรองรับมากกว่าที่คาด
งานศึกษานักกีฬาเดนมาร์ก 49 คนหลังโอลิมปิกโตเกียว ตีพิมพ์ปี 2023 พบว่าหนึ่งเดือนหลังจบเกมส์ มีนักกีฬาถึง 27% ที่คะแนน well-being ต่ำกว่าเกณฑ์ หรือมีภาวะซึมเศร้าระดับกลางถึงรุนแรง
ทั้งหมดคือ คนที่เพิ่งได้ยืนอยู่บนเวทีที่ใหญ่ที่สุดในชีวิตของตัวเอง

ในขณะที่ กองทัพอังกฤษเข้าใจเรื่องนี้ดีจนถึงขั้นออกแบบระบบรองรับ ทหารที่กลับจากสมรภูมิจะถูกพาไปแวะ “สถานที่ที่สาม” ก่อนถึงบ้าน ใช้เวลาราว 24-72 ชั่วโมงเพื่อถอดเกราะอย่างเป็นขั้นตอน ได้เล่า ได้นิ่ง ได้ค่อยๆ กลับมาเป็นพลเรือนอีกครั้ง
สถาบันที่เข้าใจสงครามที่สุดในโลกยอมรับตรงๆ ว่าการกลับบ้านเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติไม่ได้ มันต้องมีพิธีกรรม

.

ในทางจิตวิทยา มีคำอธิบายเรื่องนี้มาตั้งแต่ปี 1975 เมื่อเป้าหมายหนึ่งจบลง จิตใจต้องผ่านวงจรถอนพันธะ ช่วงเวลาที่หม่น เฉื่อย ไร้แรงจูงใจ ซึ่งเป็นขั้นตอนปกติของระบบแรงจูงใจมนุษย์ พอๆ กับที่กล้ามเนื้อต้องล้าหลังจากออกแรงหนัก

ร่างกายเราเองก็ร่วมแสดงในเรื่องนี้ด้วย ปรากฏการณ์ที่มีชื่อเรียกว่า let-down effect คนเรามักป่วยเอาตอนความเครียดจบลงแล้ว มากกว่าตอนกำลังเครียดหนักๆ เพราะเมื่อฮอร์โมนความเครียดถอนตัวเร็วเกินไป ระบบภูมิคุ้มกันก็แกว่งตาม

ไข้ที่ชอบมาเยือนวันแรกของวันหยุดยาว ก็คือเวอร์ชันร่างกายของสุญญากาศหลังศึกนั่นเองค่ะ เกราะที่เรายังไม่ทันได้ตั้งใจถอด มันพังลงมาเองทั้งชุด
เราถูกฝึกมาอย่างดีเพื่อสู้ แต่แทบไม่มีใครเคยฝึกเราให้จบมัน

.

Alain Badiou นักปรัชญาชาวฝรั่งเศส มีมุมที่ทำให้เรื่องนี้ลึกลงไปอีกชั้น
เขาเสนอว่า “เหตุการณ์” ที่เปลี่ยนชีวิตคนเรา ตัวมันเองเกิดขึ้นแวบเดียวแล้วหายไป สิ่งที่เหลืออยู่มีเพียงร่องรอย กับคำถามว่าเราจะซื่อสัตย์ต่อสิ่งที่มันเปิดเผยให้เราเห็นได้นานแค่ไหน

ช่วงเวลาอันตรายที่สุดจึงเป็นช่วงหลังเหตุการณ์จบ ตอนที่ความเข้มข้นหายไปแล้ว แต่การแปลความหมายของทั้งหมดยังมาไม่ถึง

ในช่องว่างตรงนั้น เรามีทางหนีอยู่สองแบบ

รีบคว้าโปรเจกต์ใหม่มาถมทันที เพื่อจะได้เลี่ยงการอยู่กับความเงียบ หรือจมอยู่กับความรุ่งโรจน์ของศึกเก่า เล่าเรื่องเดิมซ้ำๆ เพราะปัจจุบันมันว่างเกินกว่าจะทน

สองทางนี้หน้าตาต่างกันมาก แต่เป็นการวิ่งหนีสิ่งเดียวกันค่ะ

ถ้าความว่างหลังศึกเป็นเฟสปกติของวงจรจิตใจ คำถามก็จะเปลี่ยนไป จาก “จะกำจัดมันยังไง” กลายเป็น “จะอยู่กับมันยังไง ให้มันได้ทำงานของมันจนจบ”

.

ลองยืมวิธีของกองทัพมาใช้กับชีวิตตัวเองดูก็ได้นะคะ สร้างพิธีปลดเกราะในแบบของตัวเอง ช่วงเวลาสั้นๆ ที่มีจุดเริ่มและจุดจบชัดเจน สำหรับทบทวนว่าศึกที่เพิ่งผ่านมาเปลี่ยนเราไปยังไง แล้วประกาศกับตัวเองตรงๆ ว่า จบแล้ว

การเขียนถึงมันสักหน้ากระดาษ การนัดกินข้าวปิดงานแม้งานจะจบไปแล้วเป็นเดือน หรือแค่กลับไปเดินเล่นในที่ที่เคยไปบ่อยๆ ก่อนโปรเจกต์จะเริ่ม ก็นับเป็นพิธีได้ทั้งนั้น

และการพักที่ได้ผลจริง มีส่วนผสมมากกว่าการนอนเฉยๆ การได้ตัดขาดจากงานเดิมแบบสนิทใจ การได้ผ่อนคลายโดยปราศจากความรู้สึกผิด การได้ลองอะไรใหม่เบาๆ ที่ไร้เดิมพัน และการได้รู้สึกว่าเวลากลับมาเป็นของเราอีกครั้ง

.

อีกเรื่องที่งานวิจัยสายเป้าหมายยืนยันตรงกัน การปล่อยมือจากเป้าหมายเก่า กับการคว้าเป้าหมายใหม่ เป็นทักษะคนละตัว และควรเกิดขึ้นคนละเวลา
คนที่กระโดดข้ามขั้นแรกไปคว้าขั้นที่สองเลย มักได้เป้าหมายที่ถูกเลือกด้วยความกลัวจะว่าง มากกว่าถูกเลือกด้วยสิ่งที่ตัวเองให้คุณค่าจริงๆ

ส่วนจิตแพทย์เจ้าของคำว่าสุญญากาศคนเดิม เขาไม่เคยบอกให้ใครกำจัดความว่างเลยค่ะ
เขาแค่ชวนเราเปลี่ยนคำถาม จาก “จะเอาอะไรมาเติมดี” เป็น “ความว่างนี้กำลังถามอะไรเราอยู่”

การถอดเกราะเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการรบ ที่แทบไม่มีใครสอนกันมา
และความว่างหลังศึกอาจเป็นห้องเงียบ ที่ความหมายของทั้งหมดที่เราเพิ่งฝ่ามา กำลังนั่งรอให้เราเข้าไปอ่าน

.
ศึกล่าสุดของเราจบไปเมื่อไหร่

แล้วเราได้บอกตัวเองแบบจริงจังหรือยัง ว่ามันจบแล้ว

Related Posts