ปีใหม่คือพิธีที่มนุษย์ใช้คุยกับเวลา

ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ถ้าเรากลับไปเมื่อหลายพันปีที่แล้ว คืนปีใหม่อาจไม่ได้มีดอกไม้ไฟ ไม่มีนาฬิกานับถอยหลัง และไม่มีคำว่า Happy New Year ให้พิมพ์ส่งใคร แต่คนในอดีตก็รู้เหมือนกันว่าช่วงเวลาที่ปีเก่ากำลังจะหมดลงนั้นพิเศษกว่าปกติ

ในบาบิโลนโบราณ ผู้คนฉลองปีใหม่ยาวถึงสิบเอ็ดวัน ไม่ได้มีไว้สนุกอย่างเดียว แต่เป็นช่วงเวลาที่ทั้งเมืองหยุดเพื่อจัดระเบียบจักรวาลใหม่ พิธีกรรมถูกใช้เพื่อย้ำว่าโลกยังไม่พัง ความดีชนะความวุ่นวาย และอำนาจยังถูกส่งต่ออย่างถูกต้อง ปีใหม่จึงเป็นเรื่องของความมั่นคงมากกว่าความตื่นเต้น

หลายศตวรรษต่อมา ชาวโรมันเริ่มปีใหม่ด้วยการมองสองทิศทางพร้อมกัน เดือนมกราคมถูกตั้งชื่อตามเทพเจ้าที่มีสองหน้า หนึ่งมองไปข้างหลัง อีกหน้ามองไปข้างหน้า พวกเขาแลกของขวัญ จัดงานเลี้ยง และขอพรจากเทพเจ้า แต่แก่นของพิธีกลับเรียบง่ายมาก คือการยอมรับว่า การเริ่มต้นใหม่ต้องมาพร้อมการทบทวนสิ่งที่ผ่านไปแล้วเสมอ

เมื่อเวลาผ่านไป ปีใหม่ค่อย ๆ หลุดจากศาสนาและการเมือง มาอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้คน
ในสกอตแลนด์ การฉลองเริ่มจากการทำความสะอาดบ้าน เพราะการเริ่มปีใหม่ในบ้านรก ๆ มันเหมือนแบกปีเก่าเข้ามาด้วย และคนแรกที่ก้าวเข้าบ้านหลังเที่ยงคืนต้องพกสิ่งดี ๆ มาให้ ราวกับบอกว่า จุดเริ่มต้นเล็ก ๆ มีอิทธิพลต่อทั้งปีมากกว่าที่คิด

บางวัฒนธรรมใช้ร่างกายคุยกับปีใหม่ ที่บราซิล ผู้คนเดินลงทะเล กระโดดข้ามคลื่น และยอมให้ตัวเองเปียกตั้งแต่ก้าวแรกของปี
ขณะที่บางที่เลือกใช้อาหาร สเปนกินองุ่นตามจังหวะเวลา อิตาลีกินเลนทิล ฟิลิปปินส์ล้อมตัวเองด้วยของกลม ๆ เพื่อสื่อถึงความต่อเนื่องและความอุดมสมบูรณ์

ถ้าสังเกตดี ๆ จะเห็นว่า คนในอดีตไม่ได้ฉลองปีใหม่เพราะปฏิทินบอกให้ฉลอง แต่เพราะพวกเขาต้องการ ‘กรอบเวลา’ มาจัดการกับชีวิต
ปีใหม่คือจุดพัก จุดล้างระบบ และจุดตั้งค่าความหวังใหม่ ๆ แบบพร้อมกันทั้งชุมชน

ตรงนี้เองที่น่าสนใจ เพราะถ้ามองแบบนั้น ปีใหม่ไม่จำเป็นต้องมีรูปแบบตายตัวเลย มันเป็นพื้นที่ว่างที่เปิดให้แต่ละยุค แต่ละคน ออกแบบพิธีของตัวเอง

บางคนอาจอยากเริ่มปีใหม่ด้วยการทำความสะอาดห้องแบบสกอตแลนด์ เราอาจไม่ได้เชื่อเรื่องโชค แต่อยากเคลียร์พื้นที่ในหัว บางคนอาจสร้างพิธีกินอะไรสักอย่างเงียบ ๆ เพื่อเตือนตัวเองถึงเป้าหมายทั้งปี หรือแค่เดินออกไปสัมผัสอากาศตอนเที่ยงคืน เพื่อยืนยันกับตัวเองว่า ยังอยู่ตรงนี้ ยังพร้อมเริ่มใหม่

คนในอดีตใช้เทพเจ้า คลื่นทะเล โลหะหลอมเหลว หรือผลไม้ มาเป็นสื่อกลางระหว่างตัวเองกับเวลา วันนี้เราอาจไม่ต้องการสิ่งเหล่านั้นแล้ว แต่เรายังต้องการความหมายแบบเดียวกัน

ปีใหม่ที่น่าสนใจที่สุด อาจไม่ใช่ปีใหม่ที่เหมือนใคร แต่คือปีใหม่ที่เราตั้งใจออกแบบมันขึ้นมาเอง โดยรู้ว่ากำลังจะก้าวข้ามอะไร และอยากพาอะไรติดตัวไปต่อในปีถัดไป

ใครนึกออกว่าปีใหม่ปีนี้จะออกแบบพิธีกรรม กิจกรรมส่วนตัวอะไรให้ตัวเอง แชร์ให้ฟังบ้างนะคะ เราอยากรู้

Related Posts